top of page
Cateม่วง.png

8 เพลงที่ต้องมีติดตัวของ Paul McCartney เมื่อต้องอยู่คนเดียวบนโลกนี้

อัปเดตเมื่อ 1 ก.ค. 2566


Paul McCartney Desert Island Disc
Paul McCartney ถ่ายคู่กับ Roy Plomley

Desert Island Disc เป็นรายการวิทยุของ BBC ออกอากาศมาตั้งแต่ปี 1942 ภารกิจของรายการนี้คือหาคนเด่นคนดังในแต่ละสัปดาห์มาออกรายการแล้วตั้งคำถาม


คำถามมีอยู่ว่า หากพวกเขาต้องติดอยู่บนเกาะอย่างโดดเดี่ยว แล้วต้องเลือกเพลง 8 เพลง หนังสือ 1 เล่ม และของมีค่า 1 ชิ้น พวกเขาจะเลือกเพลงอะไร หนังสือเล่มไหน และของมีค่าชิ้นไหน ?ติดไปกับเขาด้วย


8 เพลงที่ต้องมีติดตัวของ Paul McCartney


และในปี 1982 เนื่องในวันครบรอบ 40 ปีการออกอากาศของรายการนี้ ทางรายการได้เชิญ Paul McCartney หนึ่งในอดีตสมาชิกคนสำคัญของ The Beatles มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ อีกทั้งวันนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของท่านเซอร์ Paul McCartney ปีนี้ก็ครบ 81 ปีแล้ว ผมจึงขอนำเสนอเรื่องนี้เป็นการฉลองวันเกิดให้ท่านเซอร์ไปในตัว เราจะได้รู้ว่าเพลงในดวงใจของพอลมีอะไรบ้าง (ข้อมูลก่อนปี 1982 เท่านั้น)


ไปดูกันว่าในส่วนของเพลง พอลจะเลือกเพลงอะไร ที่น่าแปลกใจคือไม่มีเพลงของ The Beatles ติดอยู่ในลิสต์ แต่กลับมีเพลงของ John Lennon อยู่ในลิสต์แทน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด และความสัมพันธ์เริ่มกลับมาดีในช่วงปี 1974 ก่อนที่ John Lennon จะถูกยิงเสียชีวิตในปี 1980 งั้นเราไปตามหาคำตอบกันว่า 8 เพลงที่ต้องมีติดตัวของ Paul McCartney นั้นมีอะไรบ้าง


ปกเรื่อง 8 เพลงติดเกาะของ Paul McCartney
Paul McCartney : 8 เพลงติดเกาะของ Paul

#1. Elvis ผู้จุดประกาย: Heartbreak Hotel



เพลงแรกที่พอลเลือกคือเพลง “Heartbreak Hotel” ของ Elvis Presley เป็นช่วงที่เขาเริ่มซื้อแผ่นเสียงเป็นครั้งแรก ได้ชมรายการทีวี Billy Cotton Band Show ยุคของเพลงแนว Swing, Bee Bop


และเมื่อ Rock and Roll เข้ามา เป็นช่วงที่พอลเข้าสู่วัยรุ่น Elvis Presley จึงเป็นศิลปินคนแรกที่กระตุ้นให้เขาสนใจและเดินมาตามเส้นทางดนตรี เขายังจำตอนที่เพลง Heartbreak Hotel ออกวางจำหน่ายได้ เป็นช่วงที่เขายังเป็นนักเรียนอยู่


Linda ภรรยาของพอลสร้างความประหลาดใจ เมื่อแอบไปซื้อของขวัญชิ้นหนึ่งเป็นดับเบิ้ลเบส เบสที่ใช้บันทึกเสียงเพลง “Heartbreak Hotel" ในปี1956 ซึ่งเล่นโดย Bill Black มือเบสของ Elvis เขารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นเจ้าของเครื่องดนตรีอันมีคุณค่าชิ้นนี้ เราไปชมพอลเล่นเบสตัวนี้และร้องเพลง Heartbreak Hotel กันตามคลิปด้านล่างนี้


เครื่องดนตรีชิ้นแรก

ในรายการ พอลได้คุยเรื่องราวในสมัยเด็ก เขากำพร้าแม่ตอนเข้าสู่วัยรุ่น แม่ทำงานเป็นพยาบาล ส่วนพ่อเป็นพนักงานขายมีความสามารถทางด้านดนตรีทั้งทรัมเปตและเปียโน พอลจำเรื่องที่พ่อเคยเล่าให้ฟังว่า ในงานปาร์ตี้ถ้าสามารถเล่นเปียโนได้ จะมีแต่คนเลี้ยงเครื่องดื่ม แต่เครื่องดนตรชิ้นแรกที่พอลเล่นได้ ไม่ใช่ทั้งเปียโน และกีต้าร์ แต่เป็นเครื่องเป่าทรัมเปต


อยากร้องเพลงจึงต้องเลิกเป่า

เป็นทรัมเปตตัวเก่าที่พ่อไม่ได้เอามาเล่นแล้วเนื่องจากมีปัญหากับฟันปลอม พอลจึงนำมาใช้ฝึกเป่า แต่ฝึกได้ไม่นาน นึกขึ้นได้ว่าเขาไม่สามารถเป่าและร้องเพลงได้ไปพร้อมๆกัน จึงเปลี่ยนไปเล่นดนตรีชิ้นอื่นแทนนับตั้งแต่นั้นมา


Paul กำลังเป่าทรัมเป็ต
Paul McCartney กับ Trumpet เครื่องดนตรีชิ้นแรกของเขา


 

#2, #3. Chuck Berry ศิลปินตัวจริง



เพลงที่ 2 ที่ถูกบรรจุอยู่ในกระเป๋ายังชีพของ Paul คือเพลง “Sweet Little Sixteen”ของ Chuck Berry พอลยอมรับว่า Chuck Berry คือศิลปินตัวจริงเสียงจริง เขาเลือกเพลง"Sweet Little Sixteen" เพราะอธิบายความเป็น Chuck Berry ได้หมดจด


ตัวเลือกถัดไปเพลงที่ 3 คือเพลง "Courtly Dances ของ Benjamin Britten" อาจจะดูไม่เข้าพวก แต่เป็นเพลงที่ทำให้พอลมีมุมมองทางด้านดนตรีที่กว้างมากขึ้น (คลิกที่ชื่อเพลงเพื่อฟัง)


 

#4. แผ่นเสียงแผ่นแรกที่ซื้อ



หลังจากนั้นพอลได้เล่าถึงความประทับใจยุคแรกของการฟอร์มวง The Beatles เริ่มตั้งแต่ The Quarrymen, Johnny and The Moondogs, The Silver Beetles จนมาเป็น The Beatles ซึ่งเรารับรู้ได้ผ่านชื่อและสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในบทเพลงของ The Beatles แล้วพูดถึงเพลง “Be - Bop - A - Lula” ของ Gene Vincent ซึ่งเป็นแผ่นเสียงแผ่นแรกที่เขาได้ซื้อเก็บไว้ มันมีความหมายและคุณค่าทางใจสำหรับเขามาก กลายเป็นเพลงลำดับที่ 4 ที่ต้องพกติดตัวเมื่อยามติดอยู่บนเกาะคนเดียว

“So it’s a special record for me. Big impression.” - Paul McCartney
 

#5. ตัวเลือกที่ปวดร้าวใจที่สุด

มาถึงบทสนทนาที่พูดถึง John Lennon คู่หูของเขา พอลเล่าว่ารู้จักกันตั้งแต่สมัยนักเรียน แอบสูบบุหรี่กันในโรงเรียน เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องอธิบายกันมาก ไม่มีกฏเกณฑ์และข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้น เขารู้สึกเจ็บปวดใจมากเมื่อรู้ว่าเพื่อนรักถูกยิงเสียชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน เขาจึงเลือกเพลงของจอห์นเป็นเพลงที่ 5 จะได้รู้สึกว่าได้อยู่ใกล้กันตลอด



พอลเลือกเพลง “Beautiful Boy” ของ John Lennon เพราะคิดว่าเพลงนี้สรุปเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับตัวจอห์นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังไพเราะและโดนใจเขามากที่สุด


พอลกล่าวต่อไปว่าถ้ามีให้เลือกมากกว่า 8 เพลง ถึงตอนนั้นเขาจะเลือกเพลงของ The Beatles เป็นเพลงต่อไปอย่างแน่นอน


 

#6, #7. เพลงที่มีอิทธิพลต่อPaul

Paul เล่าเรื่องชวนน่าตื่นเต้นในช่วง Beatlemania แบบสนุกสนานว่า พวกเขาเคยถูกขู่ฆ่าตอนออกทัวร์ในอเมริกา แต่พวกเขาไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่เขาไม่คิดหรอกว่าริงโก้จะไม่เชื่อ แล้วทุกคนก็ขำ



ตัวเลือกถัดไปคือเพลง “Searchin” ของ The Coasters เป็นเพลงที่ 6 ที่พอลหลงรัก พวกเขาเล่นกันสมัยอยู่ที่ Cavern Club และอีกเพลง “Tutti Frutti” ของ Little Richard ความจริงแล้วพอลชอบเพลงของ Little Richard หลายเพลง แต่เขาขอเลือกเพลงนี้ เพราะเป็นบทสรุปตัวตนของ little Richard ในเพลงเดียว เพลงที่มีอิทธิพลต่อเขามากมาย



แล้วพิธีกรก็ตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับโชคชะตาของพอล ในฐานะที่เป็นผู้รอดชีวิตอยู่บนเกาะเพียงคนเดียวว่า เขาคิดจะทำอะไรต่อในอีกปีสองปีข้างหน้า(บนเกาะ) พอลตอบอย่างมั่นใจว่า เขายังเดินหน้าต่อ สร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆไม่ย่อท้อแน่นอน



 

#8. ความทรงจำในวัยเด็ก

มาถึงเพลงสุดท้ายในลิสต์ เป็นเพลงสมัยเด็กเพลงเดียวที่พ่อเขียนไว้ พอลจำได้แค่นั้น เขาเคยถามพ่อว่า “พ่อครับ พ่อจำเพลงนั้นได้ไหม เพลงที่พ่อเขียนเอง?” แต่พ่อปฏิเสธ เขาจึงย้ำกลับไปว่า “พ่อเขียนไว้นะครับ เพลง “Walking In The Park With Eloise?” จำได้ไหมครับ” พ่อตอบทันที “อ่อ พ่อไม่ได้เขียนหรอก แต่พ่อเสกมันขึ้นมา”



ในปี 1974 พอลทำโปรเจ็คเพลงนี้ของคุณพ่อตามคำแนะนำของ Chet Atkins โดยตั้งวงเฉพาะกิจ “The Country Hams” ซึ่งมี Floyd Cramer มือเปียโน Chet Atkins มือกีต้าร์ และเพื่อนนักดนตรีแนชวิลล์ แม้จะไม่ติดอันดับอะไรเลย แต่คุณพ่อรู้สึกดีที่เพลงนี้ถูกเอามาทำแบบมืออาชีพ เขาเปิดฟังอย่างมีความสุข แต่ในใจไม่อยากเอาไปอวดใครเลย พอลเล่าทิ้งท้าย


เพลงถูกนำไปใส่เป็น bonus track ในอัลบั้ม 'Wings At The Speed Of Sound' ที่ทำออกมาใหม่ปี 1987 เครดิตคนแต่งคือ “James McCartney” พ่อของPaul


Paul McCartney’s 8 favourite songs ever:



ปิดท้าย 2 รายการสุดท้าย

ตอนนี้เราทราบ 8 เพลงที่พอลเลือกแล้ว ยังเหลืออีก 2 รายการคือหนังสือ 1 เล่มกับของมีค่า 1 ชิ้น แน่นอนว่าพอลเลือกหนังสือภาพถ่ายของลินดาภรรยาสุดที่รัก "Linda’s Pictures : a collection of photographs"


ส่วนของมีค่านั้น Paul เลือกกีต้าร์ เพราะจะได้นำมาเล่นร้องเพลงแก้เหงาบนเกาะ สลับกับการฟังเพลง 8 เพลงสุดโปรด..

เป็นไงครับ..อ่านแล้วคงได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย เพลงที่พอลเลือกจะเป็นเพลงที่มีอิทธิพลต่อเขาในช่วงสมัยวัยรุ่นเสียเป็นส่วนใหญ่ เพลงของจอห์นจึงสร้างความประหลาดใจพอสมควร เพราะเป็นเพลงใหม่ต้นยุค80s


ในลิสต์เพลงของพอล ผมรู้จักเกือบหมดทุกเพลง ยกเว้นเพลงที่ 3 กับเพลงสุดท้าย และคิดว่ายากที่จะมีใครรู้จักครบทุกเพลง จริงไหมครับ..


วี welove / 18 June 2023


ติดตามทางเพจ Facebook

ติดตามทาง Line

ติดตามทางเว็บไซต์ welovechannel.info


0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page